ufa จะมาสอนการ เล่นไพ่เก้าเกแบบไหนได้บ้าง

แม้ว่าวิธีการเล่นไพ่เก้าเก ufa จะใช้ไพ่เพียง 3 ใบแล้วตัดสินหาคนแพ้ชนะได้เลย แต่จริง ๆ แล้วเกมไพ่เก้าเกสามารถเล่นได้ถึง 3 รูปแบบเลยทีเดียว ดังนี้

เก้าเก 4 ใบ เป็นเกมการเล่นที่นักพนัน ufa จะได้รับไพ่คนละ 2 ใบก่อน และเปิดไพ่หงายบนโต๊ะกองกลางอีก 2 ใบ โดยนักพนันจะต้องใช้ไพ่ในมือที่มีอยู่นั้นเลือกมาใบใดใบหนึ่งเพื่อรวมแต้มกับไพ่ที่หงายอยู่บนโต๊ะเพื่อวัดผลการแพ้ชนะ สำหรับรูปแบบนี้จะมีเทคนิคที่นักพนันต้องเรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อวางแผนการเล่น

เก้าเก 3 ใบ เป็นเกมการเล่นที่พนัน ufa จะได้รับไพ่คนละ 3 ใบเพื่อตัดสินเกมในทันที ถือเป็นรูปแบบการเล่นที่ง่ายและเร็วที่สุด และอาจจะต้องพกดวงดีมาด้วยเพราะถ้าได้ไพ่ดีก็มีโอกาสชนะสูงมาก แต่ถ้าได้ไพ่ไม่ค่อยดีนักก็ต้องมีเงินทุนมากสักหน่อยเพื่อเกไพ่ในการเอาชนะ

เก้าเก 2 ใบ เป็นเกมการที่นักพนัน ufa จะได้รับไพ่คนละ 2 ใบ แล้ววางเดิมพันจากนั้นจึงจะได้รับไพ่เพิ่มอีกคนละ 1 ใบในรอบการแจกต่อไป เพื่อวางเดิมพันในการวัดผลแพ้ชนะกันอีกรอบ ถือว่าเป็นรูปแบบการเล่น ไพ่เก้าเก ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แม้จะดูยุ่งยากหรือออกจะซับซ้อน แต่ก็เป็นรูปแบบการเล่น ufabet ทางเข้า ที่ท้าทายอย่างมาก เนื่องจากต้องใช้ทั้งฝีมือและดวง

วิธีการนับไพ่ ufa ในเกมไพ่เก้าเก

ในการนับแต้มไพ่เพื่อวัดกันว่าไพ่ในมือมีค่าเท่าไหร่ สามารถใช้หลักการการนับแต้ม ดังนี้  ไพ่หน้า A จะมีค่าเท่ากับ 1 แต้ม, ไพ่หน้า 2-9 จะมีค่าเท่ากับเลขบนหน้าไพ่ ส่วนไพ่หน้า 10, J, Q และ K จะมีค่าเท่ากับ 0 แต้ม ทั้งนี้หากเกิดกรณีที่ผู้เล่น ufa ได้แต้มไพ่เท่ากัน วิธีการนับแต้มจะเปลี่ยนเป็นการวัดดอกไพ่ว่าใครมีขนาดใหญ่กว่ากัน โดยเรียงลำดับ ดังนี้ โพธิ์ดำ > หัวใจ > ข้าวหลามตัด > ดอกจิก ทั้งนี้ไพ่ที่ใหญ่ที่สุดในสำรับและเกมนี้ก็คือ ไพ่ K โพธิ์ดำ ขณะที่ไพ่ A ดอกจิก ถือเป็นไพ่ที่เล็กที่สุด 

ufa

แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นักพนัน ufabet ทางเข้า จะต้องเรียนรู้เพิ่มเติมก็คือ ไพ่ชุดพิเศษ เพราะมีผลต่อการวัดเกมว่าใครแพ้ใครชนะอีกด้วย โดยไพ่ชุดใหญ่นี้จะเรียงไพ่จากชุดใหญ่ไปชุดเล็ก ดังนี้ ไพ่ตอง > ไพ่สเตรทฟลัช > ไพ่เรียง > ไพ่เซียน > ไพ่สี > ไพ่แต้ม ทั้งนี้แต่ละไพ่มีความหมายแตกต่างกันตามรายละเอียด นักพนันควรเรียนรู้เพื่อป้องกันความสับสนที่อาจจะก่อให้เกิดข้อผิดพลาดจนเสียโอกาสในการเดิมพัน 

ไพ่ตอง หมายถึง ไพ่สามใบที่มีเลขเดียวกัน โดยตอง 3 คือเป็นไพ่ที่ใหญ่ที่สุด เนื่องจากรวมแล้วได้ทั้งหมด 9 แต้ม ต่อจากนั้นไพ่ตองอื่น ๆ จะถูกลดขนาดลงตามลำดับ ได้แก่ ไพ่ตอง A > ไพ่ตอง K > ไพ่ตอง Q > ไพ่ตอง J > ไพ่ตอง 10 > ไพ่ตอง 9 > ไพ่ตอง 8 > ไพ่ตอง 7 > ไพ่ตอง 6 > ไพ่ตอง 5 > ไพ่ตอง 4 > ไพ่ตอง 2 

ไพ่สเตรทฟลัช หมายถึง การเรียงไพ่เรียงเลข ทางเข้า ufabet ในดอกเดียวกันเท่านั้น โดยวัดกันที่ขนาดของดอกไพ่จากใหญ่ไปหาดอกเล็ก ดังนี้ คือ โพธิ์ดำ > หัวใจ > ข้าวหลามตัด > ดอกจิก สำหรับในรอบเกมนั้น ๆ มีนักพนันได้ไพ่สเตรทฟลัชมากกว่า 1 คนและยังเป็นดอกเดียวกันอีก จะต้องตัดสินกันที่ค่าความสูงของไพ่ โดยไพ่ที่สูงสุดคือ QK A และไพ่ที่ต่ำที่สุดก็คือ A23

ไพ่เรียง จะมีลักษณะคล้ายกับไพ่สเตรทฟลัช เพียงแต่ไม่ต้องเป็นดอกไพ่เดียวกันก็ได้ โดยไพ่เรียงใหญ่สุดคือ QKA และไพ่เรียงต่ำสุดคือ A23

ไพ่เซียน หมายถึง ไพ่กลุ่มสามฝรั่ง ทางเข้า ufabet ที่ประกอบด้วยไพ่ J, Q, K  ทั้งนี้เงื่อนไขของชุดไพ่เซียนคือไพ่ทั้ง 3 ใบจะต้องอยู่ในกลุ่มไพ่สามฝรั่งเท่านั้นนอกจากนี้แล้วจำนวนไพ่สองในสามใบนั้นจะต้องเป็นไพ่หน้าเดียวกัน เช่น KKQ, KKJ, QQK, QQJ, JJK, JJQ เป็นต้น สำหรับในเกมรอบนั้น ๆ มีนักพนันได้ไพ่เซียนมากกว่า 1 คน จะต้องตัดสินไพ่โดยใช้ตัวคุมซึ่งเรียงจากใหญ่ไปหาเล็ก ดังนี้ โพธิ์ดำ K > Q > J โพธิ์แดง K > Q > J ข้าวหลามตัด K > Q > J ดอกจิก K > Q > J 

ไพ่สี หมายถึง ไพ่ที่มีดอกเดียวกันและไม่จำเป็นต้องมีแต้มเรียงกัน โดยวัดแต้มจะดูจากขนาดดอกไพ่ ดังนี้ โพธิ์ดำ > หัวใจ > ข้าวหลามตัด > ดอกจิก

ไพ่แต้ม หมายถึง ชุดไพ่ที่ต่ำสุดในเกมไพ่เก้าเก เนื่องจากใช้วิธีการนับแต้ม ทางเข้า ufabet เพียงอย่างเดียว มีหลักการคือ เมื่อได้แต้มมากกว่า 9 ให้นับเอาเฉพาะหลักหน่วย แต่ได้แต้มเท่ากันให้ดูที่ตัวคุมไพ่ซึ่งจะเรียงลำดับ ดังนี้  K > Q > J > 10 > 9 > 8 > 7 > 6 > 5 > 4 > 3 > 2 > 1 แต่ในกรณีที่ตัวคุมไพ่ก็ยังเท่ากันอยู่ก็จะต้องดูกันที่ดอกไพ่ โดยเรียง ดังนี้ โพธิ์ดำ > หัวใจ > ข้าวหลามตัด > ดอกจิก